The Story of Green Tara and White Tara – Tibetan Buddhist Symbols of C – FengshuiGallary
ตำนานแห่งพระทาราเขียวและพระทาราสีขาว: สัญลักษณ์มงคลจากพุทธศาสนาทิเบต
ในวัฒนธรรมและศิลปะของชาวทิเบตนั้น รูปภาพสตรีศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมฝาผนังในวิหาร ภาพวาดธังกา หรือประติมากรรมนานาชนิด ด้วยความลึกลับทางศิลปะแห่งทิเบต ทำให้การพรรณนาถึงพระแม่โพธิสัตว์หญิงนั้นถือว่าไม่มีใครเทียบได้เลยแม้แต่ที่เดียว\n\nพระทาราเป็นเทพีองค์สำคัญที่ชาวทิเบตให้การเคารพบูชา พระนามในภาษาสันสกฤตคือ ทารา และทรงได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘พระมารดาผู้ช่วยกอบกู้’ ตามตำนานเล่าว่า พระนางได้ปรากฏกายขึ้นจากหยาดน้ำตาของพระอวโลกิเตศวร (หรือที่รู้จักกันในชื่อเจ้าแม่กวนอิม) และได้รับความโด่งดังจากการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากภัยพิบัติ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและเป็นเทพีผู้ปกป้องคุ้มครองทุกสำนักของพุทธศาสนาทิเบต\n\nพระทาราทรงปรากฏใน 6 สีแห่งกาย ได้แก่ เขียว ขาว เหลือง น้ำเงิน แดง และดำ โดยที่องค์ที่ได้รับความเลื่องลือและบูชามากที่สุดคือ พระทาราเขียวและพระทาราสีขาว มีเรื่องเล่าว่าทั้งสองพระองค์ได้ปรากฏกายจากเจ้าหญิงเวนเฉิงและเจ้าหญิงภริกุติตามลำดับ สำหรับพระทาราเขียวนั้น ทรงเป็นเทพีหลักในบรรดาพระทารา 21 พระองค์ และถือเป็นรูปแบบหลักของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทารา อีกทั้งยังเป็นภาพลักษณ์ที่ปรากฏบ่อยที่สุดในงานศิลปะต่างๆ


พระทาราเขียว: พลังแห่งการกอบกู้และคุณธรรมอันไร้ขีดจำกัด
ตามบทสรรเสริญพระทาราเขียวนั้น บรรดาพระทารา 21 พระองค์นั้นคือการสำแดงออกถึงกิจกรรมอันตรัสรู้ที่แตกต่างกันของพระทาราเขียว ในขณะที่พระทาราเขียวเองก็ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งคุณธรรมและบุญบารมีทั้งหมดของพระทาราทั้ง 21 พระองค์ ด้วยเหตุนี้ พระทาราเขียวนับว่ามีอานุภาพการสำแดงออกถึง 21 รูปแบบ และยังเป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการเคารพสูงสุดจากผู้ปฏิบัติสายวัชรยาน เพราะเชื่อกันว่าเป็นพระองค์ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดและได้รับพรได้โดยสะดวกที่สุด\n\nตำนานกล่าวว่า เจ้าหญิงเวนเฉิงแห่งราชวงศ์ถังนั้นทรงเป็นร่างอวตารของพระทาราเขียว พระองค์มีสีผิวเป็นสีเขียว สวมมงกุฎดอกไม้ และเกล้ามวยผมสูง ต่างหูทองคำระย้าจากใบหู และมีพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและอ่อนโยน ส่วนลำตัวส่วนบนนั้นเปลือยเปล่า มีอาภรณ์สวรรค์คลุมอยู่บริเวณบ่า ทรงประดับด้วยสร้อยคอเพชรพลอย และริบบิ้นผ้าไหมที่พลิ้วไหวรอบพระวรกาย\nIMAGE_KEYWORD: Green Tara statue, Tibetan Goddess, Lotus flower

อานุภาพแห่งการขจัดความกลัวทั้ง 8 ประการของทาราเขียว
พระหัตถ์ซ้ายทรงแนบไว้ที่บริเวณหน้าอก ถือดอกบัวสีน้ำเงินที่มีก้านโค้ง ส่วนพระหัตถ์ขวาเหยียดลงมาโดยหงายฝ่ามือออกในปางประทานพร พร้อมทั้งถือดอกบัวก้านโค้งเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเอาชนะความกลัวอันยิ่งใหญ่ 8 ประการ และนำพาความสงบสุขและความเบิกบานมาสู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย พระองค์ประทับเปลือยเท้าอยู่บนบัลลังก์ดอกบัว ซึ่งมีกลีบที่อ่อนนุ่มและสีชมพูราวกับดอกไม้แรกแย้ม\n\nพระสิริโฉมของพระองค์นั้นงดงาม สง่างาม สูงส่ง และเปี่ยมด้วยความเมตตา การจำลองภาพพระทาราเขียวส่วนใหญ่มักจะแสดงให้เห็นถึงหญิงสาวผู้มีรูปโฉมที่หาใดเทียบได้ ร่างกายทั้งหมดเปล่งประกายราวกับหยกมรกต สีเขียวนั้นเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและความหวัง เป็นตัวแทนของพลังแห่งการสร้างสรรค์อันไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งปฏิเสธความมืดมิดและความสิ้นหวังทุกรูปแบบ ความรับผิดชอบในการกอบกู้สรรพสัตว์จากความกลัวทั้ง 8 ประการนี้ เป็นสิ่งที่พระทาราเขียวทรงมีโดยเฉพาะ จึงเป็นเหตุให้พระองค์ได้รับสมญานามว่า ‘ผู้ช่วยชีวิตจากภัยพิบัติทั้งแปด’

พระทาราสีขาว: สัญลักษณ์แห่งการหยั่งรู้และอายุยืนยาว
รูปแบบและการแต่งกายของพระทาราสีขาวนั้นโดยรวมแล้วจะคล้ายกับพระทาราเขียว แต่ความแตกต่างที่โดดเด่นคือผิวพรรณอันบริสุทธิ์สีขาว และท่านั่งก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อย นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีนัยน์ตาถึง 7 ดวง จึงเป็นที่มาของสมญานามว่า ‘พระมารดาเจ็ดเนตร’ คุณลักษณะอันพิเศษนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามารถในการเฝ้าสังเกตสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างรอบด้าน\n\nรูปลักษณ์โดยรวมคือ ร่างกายสีขาว พระพักตร์เปี่ยมด้วยสง่าราศีและความสงบ มีดวงตาหนึ่งดวงที่มือและเท้าแต่ละข้าง รวมกับสามดวงบนพระพักตร์ ทำให้ได้รับสมญานามเป็น ‘พระมารดาพุทธะเจ็ดเนตร’ เชื่อกันว่านัยน์ตาที่หน้าผากนั้นใช้เพื่อเฝ้ามองดินแดนพุทธภาวนาอันไร้จำนวนในทุกทิศทาง ขณะที่อีก 6 ดวงจะคอยสังเกตสรรพสัตว์ภายในภพภูมิทั้ง 6\n\nพระองค์ทรงสวมมงกุฎดอกไม้ ผมสีเข้มถูกรวบเป็นมวยขนาดใหญ่ ต่างหูระย้าจากใบหูทั้งสองข้าง และอาภรณ์สวรรค์ประดับกาย ส่วนลำตัวส่วนบนนั้นเปลือยเปล่า มีเครื่องประดับเพชรพลอยรอบพระศอ และผ้าตกแต่งคลุมอยู่บริเวณบ่า พระองค์ประทับขัดสมาธิบนบัลลังก์ดอกบัวที่กำลังผลิบาน พระหัตถ์ขวาทำปางชี้นำและช่วยให้พ้นจากภัยพิบัติไว้หน้าเข่า ส่วนพระหัตถ์ซ้ายแนบอยู่ที่บริเวณหน้าอกในปางสามแก้ว ถือดอกอุตปาลที่มีก้านโค้งขึ้นข้างใบหู ภาพลักษณ์ของพระองค์จึงดูสง่างามและอ่อนช้อยอย่างยิ่ง

พรแห่งการปฏิบัติบูชาทาราทั้งสองพระองค์
ผู้ที่เจริญภาวนาตามแนวทางของพระทาราสีขาวเชื่อกันว่าจะสามารถขจัดบาปและอุปสรรคทั้งปวง เอาชนะเครื่องผูกมัดจากปีศาจ และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากภัยพิบัติทุกชนิด นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า ผู้ที่ไม่มีบุตรสามารถสวดภาวนาเพื่อขอให้มีโอรสหรือธิดา และสมปรารถนาตามความประสงค์ได้ ผู้ที่แสวงหาโภคทรัพย์ก็จะได้รับความมั่งคั่ง และผู้ที่ปรารถนาอายุยืนยาวและความเจริญรุ่งเรืองก็สามารถบรรลุสิ่งที่ใจต้องการได้เช่นกัน กล่าวว่าคุณประโยชน์และบุญบารมีเหล่านั้นนั้นไม่มีขอบเขตใดๆ และผลแห่งการปฏิบัติจะปรากฏอย่างรวดเร็ว

สรุป: ความหมายอันลึกซึ้งของพระทาราในทางมงคลวิทยา
พระทาราทั้งสององค์เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบูชาและการศึกษาเรื่องราวของพระนางจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้เข้าใจถึงหลักการของการกอบกู้ชีวิตจากความทุกข์ยากและความมืดมน พระทาราเขียวเป็นตัวแทนของพลังแห่งชีวิต ความหวัง และการเอาชนะอุปสรรคทางกายภาพและจิตใจ ในขณะที่พระทาราสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของการหยั่งรู้ การมองเห็นในทุกภพภูมิ และการได้รับพรให้มีอายุยืนยาวและความสมบูรณ์พร้อมทั้งปัญญา องค์เทพยาทั้งสองจึงเปรียบเสมือนแหล่งพลังงานแห่งความเมตตาและทางออกสู่ความสงบสุขที่แท้จริง
