How to worship Guanyin Bodhisattva – FengshuiGallary
วิธีการบูชาพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ เพื่อเสริมพลังแห่งเมตตาและบารมีในที่อยู่อาศัย
“พระศรีรัทธามาภิเษยสถิตในทุกครอบครัว พระกันชีนศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกเรือน” เป็นคำกล่าวที่หลายคนคงคุ้นเคยถึงองค์พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ ด้วยบารมีแห่งเมตตาอันลึกซึ้งของพระองค์ ซึ่งเป็นที่รับรู้ของผู้หญิงและเด็กทุกคน ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะศรัทธาในพุทธศาสนาหรือไม่ก็ตาม ผู้ที่เดินทางไปเยือนวัดวาอารามต่างก็มักจะสักการะเบื้องหน้าองค์รูปปั้นพระอวโลกิเตศวร และผู้มีจิตศรัทธาที่ดีบางท่านก็จะเลือกที่จะบูชาพระอวโลกิเตศวร ณ ที่อยู่อาศัยของตนเอง เพื่อให้เกิดความสงบสุขและพลังแห่งความเป็นสิริมงคลในบ้านเรือน เป็นต้น พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ทรงโด่งดังด้วย “มหาเมตตา” เมื่อสรรพสัตว์ประสบกับทุกข์ยากลำเค็ญ เพียงแค่เปล่งวาจาเรียกชื่อองค์พระโพธิสัตว์ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ องค์พระแม่กวนอิมก็จะรับรู้ถึงเสียงนั้นและเสด็จมาช่วยเหลือทันที รูปภาพของพระอวโลกิเตศวรมีหลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปเรามักเห็นรูปปั้นที่ทรงถือภาชนะน้ำทิพย์แห่งต้นหลิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระอวโลกิเตศวรมีอวตารถึง 33 รูปแบบ และยังมีองค์ที่รู้จักกันในนาม “พระอวโลกิเตศวรผู้มีพระหัตถ์และพระเนตรนับพัน” แล้วเหตุใดพระแม่กวนอิมจึงมิได้เป็นพระพุทธเจ้าที่มีความเมตตาและบารมีอันยิ่งใหญ่เช่นนั้น? แท้จริงแล้ว ในอดีตกาล พระแม่กวนอิมก็ได้บรรลุถึงตำแหน่งแห่งผลของพระพุทธเจ้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่ทรงบำเพ็ญบารมีอย่างไม่สิ้นสุด และได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยพระนามธรรมว่า “พระธรรมโพธิสัตว์” แต่ต่อมาเพื่อความสะดวกในการช่วยสรรพชีวิตให้รอดพ้นจากมหาสมุทรแห่งทุกข์ พระองค์จึงเลือกที่จะแปรเปลี่ยนเมตตาจิตและขอถอยลดสถานะลงมาเป็นเพียงพระโพธิสัตว์


ความเข้าใจในสัญลักษณ์แห่งองค์พระโพธิสัตว์ และการบูชาเพื่อเสริมพลังชีวิต
ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ตั้งคำถามถึงเพศของพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ เนื่องจากพระองค์ได้ถูกนำเข้ามายังประเทศจีนจากอินเดียโบราณแต่เดิมทีรูปปั้นนั้นเป็นแบบชาย แต่ต่อมาด้วยจิตวิญญาณแห่งความเมตตาและจิตใจอันอ่อนโยนที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของผู้หญิง ทำให้มีการแปลความหมายทางวัฒนธรรมในภาษาจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัดพุทธสายมหายาน ซึ่งส่วนใหญ่มักแสดงออกในรูปเคารพที่เป็นเพศหญิง แต่แท้จริงแล้ว ทั้งชายและหญิงนั้นมิได้มีความสำคัญเป็นหลัก พวกเขาเป็นเพียงวิธีการที่ชาญฉลาดและสะดวกสบายสำหรับสรรพชีวิตในการเข้าถึงธรรมะ เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ผู้อยู่ภายในไม่ควรยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก พระอวโลกิเตศวร ซึ่งมีอีกชื่อว่า กวนอิม ได้ปรากฏในหัวใจสูตร และได้รับการแปลโดยท่านพระเสวียนจั้ง พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์เป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ 4 องค์ โดยศูนย์ไห่หนัวเต๋าของพระองค์ตั้งอยู่ที่ภูเขาปูตัว จังหวัดเจ้อเจียง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา พระแม่กวนอิมและพระทศพลชีวีโพธิสัตว์ต่างก็เป็นผู้ดูแลด้านซ้ายและขวาของ “พระอมิตาภะ” ในดินแดนสุขาวดีฝ่ายตะวันตก ทั้งสามองค์นี้รวมเรียกว่า “เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งทิศตะวันตกทั้งสาม” และพระอมิตาภะยังเป็นครูบาอาจารย์ของพระแม่กวนอิม เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จะพบว่าบนเศียรของพระแม่กวนอิมมีรูปปั้นของพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือ “พระอมิตาภะ” ผู้เป็นครูบาอาจารย์ การที่ผู้คนจำนวนมากรักและศรัทธาในพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์นั้น จะบูชาองค์พระอย่างไรให้สัมผัสถึงแก่นแท้แห่งธรรมะได้? ขอแนะนำให้ไปสักการะ ณ วัดวาอารามเพื่อบูชา “พระอวโลกิเตศวร” และจงระลึกถึงสองประเด็นนี้ไว้ ผู้อยู่ภายในจะได้รับบุญกุศลอย่างหาที่สุดมิได้

พลังแห่งเมตตาธรรมจากจิตใจ และการสร้างบารมีด้วยตนเอง
1. “ความเมตตา” นั้นหมายถึงพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ และคำแรกที่ผุดขึ้นในใจย่อมคือความเมตตา ใช่แล้ว เราบูชาและสวดมนต์ถึงองค์พระกวนอิม แต่หัวใจสำคัญคือการเรียนรู้จิตวิญญาณแห่งพระกวนอิม เพื่อให้กลายเป็น “พระกวนอิม” ในตัวเราเอง แม้จะไม่เชื่อในพุทธศาสนา ก็ยังต้องมีความเมตตาและกรุณาต่อผู้อื่น “สรรพสิ่งล้วนเกิดจากหทัย” ผู้ที่มีหัวใจเปี่ยมด้วยความเมตตา ย่อมถูกดึงดูดและได้รับแรงบันดาลใจจากข่าวสารอันเป็นมงคล ส่วนผู้ที่มีจิตใจที่มืดมนหรือคิดร้ายก็จะนำมาซึ่งภัยพิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หัวใจของเราคือ “ฮวงจุ้ย” ของเราเอง ชะตาชีวิตก็คือสิ่งที่อยู่ในหทัย ดังนั้น ในพระพุทธศาสนามีคำสอนว่า “เมตตาโดยปราศจากการกำหนดชะตา” และ “กรุณาด้วยกายและใจ” สิ่งที่ควรรับรู้คือ เราไม่เพียงแต่ต้องมีจิตเมตตาต่อผู้ที่ถูกลิขิตให้มาพบเจอเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลเอาใจใส่แม้กระทั่งผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยความรักอย่างแท้จริง เราควรน้อมรับทุกข์ของสรรพชีวิตเสมือนเป็นทุกข์ของตนเอง มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และบรรลุถึงการเสียสละโดยปราศจากตัวตน “แหล่งแห่งความสุขทั้งปวงมิได้แยกขาดจากพื้นที่เพียงเล็กน้อย หากมองหาด้วยหทัย ย่อมสัมผัสได้ทุกสิ่ง” หากหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีงาม ก็ย่อมไม่คิดร้ายต่อใคร ผู้ที่มีจิตใจที่ดีและเมตตา ไม่จำเป็นต้องจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป และก็จะได้รับพรจากองค์โพธิสัตว์ รวมถึงได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพเจ้าผู้เป็นมงคล “การมีจิตใจที่เมตตาสำคัญกว่าสิ่งใดๆ การร้องขอจนคอแห้งก็ไร้ประโยชน์” มนุษย์นั้นดีงาม แม้ว่าพรแห่งความสุขจะยังมาไม่ถึง แต่ภัยพิบัติก็อยู่ห่างไกล ผู้ที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยความเมตตาและอ่อนโยน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและปราศจากความกังวล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ได้รับพรใหญ่ในทันที การมีน้ำใจต่อผู้อื่น ก็เท่ากับการให้เกียรติและความสุขแก่ตนเองเช่นกัน

พลังแห่งกรรมและการสร้างโชคชะตาด้วยการกระทำของตนเอง
2. ในพุทธศาสนาสายเหตุผล มักกล่าวว่า “พระโพธิสัตว์ย่อมเกรงกลัวเหตุ ส่วนสรรพชีวิตย่อมเกรงกลัวผล” กล่าวคือ พระโพธิสัตว์ทรงรู้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากเหตุการณ์ต่างๆ ทรงเข้าใจหลักการของเหตุและผล จึงสามารถช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากให้รอดพ้นจากความทุกข์ และได้รับพรแห่งปัญญา อย่างไรก็ตาม สรรพชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้หลงใหลในลาภยศชั่วคราว มีแต่ความโลภ อยากได้สิ่งต่างๆ จนสร้างกรรมที่ไม่ดีอย่างบ้าคลั่ง ต้องทนรับผลที่ตามมาด้วยความยากลำบาก นี่คือพฤติกรรมที่มุ่งหวังประโยชน์เฉพาะหน้า ซึ่งเบี่ยงเบนไปจากหลักเหตุและผล และเป็นการหลอกลวงตนเอง ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะเชื่อในพระพุทธศาสนาหรือไม่ ก็ย่อมต้องเชื่อในกฎแห่งเหตุและผล ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มีคำกล่าวว่า “ไม่มีทางที่จะรอดพ้นจากภัยพิบัติหรือโชคลาภได้เลย นอกจากตัวเราเอง” ผู้ที่กำหนดและเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเองได้ ไม่ใช่เทพเจ้า ไม่ใช่พระพุทธเจ้า หรือแม้แต่พระโพธิสัตว์ แต่คือตัวเราเอง หากยังคงกระทำความชั่วร้ายต่อไปเรื่อยๆ และทำดีอย่างไม่ต่อเนื่อง ก็จะเหมือนการยึดขาขององค์โพธิสัตว์ ซึ่งองค์โพธิสัตว์ก็ไม่อาจช่วยเหลือได้ เพราะ “อำนาจศักดิ์สิทธิ์มิเท่ากับกฎแห่งกรรม” การละเว้นจากความชั่วและฝึกฝนความดี การสำนึกผิดและการขจัดกรรมเก่า และการสั่งสมบุญบารมีและความโชคดี ย่อมดีกว่าการเพียงแค่แสวงหาพระพุทธรูป พรไม่ได้มาจากการได้รับ แต่มาจากการเพาะปลูกด้วยตนเอง พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ทรงเปี่ยมด้วยเมตตาและสามารถช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงกรรมที่ดีได้เท่านั้น แต่จะไม่สามารถพาหนีจากผลแห่งกรรมได้เลย เหตุแห่งการกระทำของตนเองนั้นต้องแบกรับไว้ด้วยตัวเรา และควรรับผิดชอบมันด้วยตัวเอง จงช่วยเหลือตนเองและพัฒนาชะตาชีวิตของตนเอง นี่คือหน้าที่ที่แท้จริงของพุทธศาสนา “พระอวโลกิเตศวร พระอวโลกิเตศวร คือเสียงอันเป็นมงคลในโลก” ขอให้สรรพชีวิตทุกดวงจิตได้รับพรแห่งความรู้และความปัญญา และมีโชคลาภที่ดีทั้ง 6 ด้าน

สรุป: หัวใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา คือพลังงานแห่งฮวงจุ้ยที่แท้จริง
การบูชาพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์นั้น มิใช่เพียงการกระทำภายนอก แต่คือการฝึกฝนจิตวิญญาณภายใน หัวใจสำคัญที่สุดในการเสริมสร้างบารมีและพลังงานมงคลในที่อยู่อาศัย คือ “ความเมตตา” ซึ่งเป็นรากฐานของฮวงจุ้ยที่ดี การบูชาจึงควรเน้นไปที่การพัฒนาตนเองให้มีจิตใจเปี่ยมด้วยกรุณาและความเห็นอกเห็นใจต่อสรรพชีวิต ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะเชื่อในศาสนาใดก็ตาม หลักธรรมคำสอนได้ชี้ชัดว่า พลังแห่งเมตตาคือพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การกระทำความดีและการสร้างบุญกุศลอย่างต่อเนื่อง คือการสะสมบารมีและโชคลาภที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดจะสามารถมอบให้ได้อย่างถาวร นอกจากนี้ ผู้อยู่ภายในต้องตระหนักถึงกฎแห่งกรรม (Cause and Effect) ว่าทุกย่างก้าวของการกระทำ ย่อมส่งผลกลับมาหาตนเองเสมอ การพัฒนาชะตาชีวิตจึงขึ้นอยู่กับการละเว้นจากความชั่วร้าย และการหมั่นสร้างคุณธรรมด้วยกำลังของตนเอง ด้วยการมีจิตใจที่บริสุทธิ์และเมตตาอย่างแท้จริง ผู้อยู่อาศัยก็จะได้รับพลังแห่งความสงบสุขและความเป็นสิริมงคลในชีวิตได้อย่างยั่งยืน

Source URL: https://fengshuigallary.com/blogs/news/how-to-worship-guanyin-bodhisattva