เนรมิตที่อยู่อาศัยให้ปัง! เคล็ดลับฮวงจุ้ยดึงดูดผู้ซื้อในฝัน
1. โอกาสแรกคือโอกาสเดียวในการสร้างความประทับใจที่มิอาจลืมเลือน
ในการนำเสนอที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สนใจซื้อนั้น การสร้างความประทับใจครั้งแรกถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะมันคือภาพจำแรกที่จะถูกบันทึกไว้ในจิตใจของผู้อยู่อาศัยและเจ้าของบ้านคนใหม่ บทความนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้จากการสัมภาษณ์เกี่ยวกับหลักการฮวงจุ้ยในการเตรียมที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย เพื่อนำมาถ่ายทอดเป็นแนวทางปฏิบัติให้สามารถเสริมพลังงานที่ดีให้กับพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์


2. เหตุใดการจัดวางที่อยู่อาศัยด้วยหลักฮวงจุ้ยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง?
เมื่อผู้คนก้าวเท้าเข้ามาในที่อยู่อาศัยเพื่อพิจารณาซื้อ พวกเขาจะตัดสินใจได้ภายในระยะเวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น การนำศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยมาใช้เป็นอาวุธลับในการจัดเตรียมบ้าน (Home Staging) ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง จะช่วยให้เกิดการขายที่รวดเร็วยิ่งขึ้นและสร้างผลกำไรได้มากกว่าปกติอย่างแน่นอน

3. ความประทับใจแรกเริ่ม: จุดเริ่มต้นจากทางเข้าหลัก!
ในเชิงของฮวงจุ้ย ทางเข้าบ้านถือเป็นสิ่งที่สะท้อนว่า “โลกภายนอกมองเห็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอย่างไร” ดังนั้นจึงไม่ใช่พื้นที่ใดที่สามารถละเลยได้โดยเด็ดขาด หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการทาสีประตูให้เป็นสีแดงคือวิธีแก้ปัญหาฮวงจุ้ยแบบสำเร็จรูปสำหรับทุกกรณี แท้จริงแล้ว สีดังกล่าวจะเหมาะสมก็ต่อเมื่อประตูหันหน้าไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ และในระดับที่น้อยกว่าคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น นอกจากนี้ ทางเดินโค้งที่นำพาผู้ซื้อไปยังประตูหน้าไม่เพียงแต่เป็นฮวงจุ้ยที่ดี แต่ยังช่วยเสริมความสวยงามดึงดูดสายตาจากภายนอก (Curb Appeal) ได้อย่างยอดเยี่ยม ควรปลูกดอกไม้สีสันสดใสเพื่อเพิ่มชีวิตชีวา หากบริเวณรอบบ้านมีต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่รกทึบเกินไป ควรทำการตัดแต่งให้เป็นระเบียบ เพราะผู้ซื้อจำเป็นต้องสามารถมองเห็นและรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้

4. รายละเอียดสำคัญสำหรับประตูหน้าและเฉลียงต้อนรับ
ต้องมั่นใจว่าประตูหน้าไม่ถูกบดบัง ไม่สกปรก และไม่มีสีที่ดูจืดชืด เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ต้องเปล่งประกายที่สุด ควรทำความสะอาดบ้านอย่างล้ำลึก (Power Wash) และทาสีประตูด้วยเฉดสีที่เหมาะสม (สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้) สิ่งที่ชำรุดเสียหายใดๆ ต้องได้รับการแก้ไขให้กลับมาสมบูรณ์ นอกจากนี้ การติดตั้งหมายเลขที่อยู่ควรเป็นแบบตัวอักษรที่โดดเด่นและมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในยามค่ำคืน ควรเชิญเพื่อนมาช่วยตรวจสอบในช่วงกลางคืน เพื่อประเมินว่าการค้นหาบ้านนั้นง่ายหรือยากเพียงใด ควรเพิ่มโคมไฟขนาดใหญ่ สวยงาม และเหมาะสมทั้งสองข้างของประตู นอกจากนี้ยังต้องกวาดทำความสะอาดเฉลียงและปูเสื่อต้อนรับ (Welcome Mat) ที่ใหม่เอี่ยม การจัดวางต้นไม้และดอกไม้ที่เข้ากับบรรยากาศก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้าง “มุมต้อนรับ” (Welcome Vignette) ให้ผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมบ้าน

5. การสร้าง “หมิงถัง” หรือศูนย์รวมพลังงานแห่งทางเข้า
บริเวณที่อยู่เลยจากประตูหน้าเข้ามาเล็กน้อยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรจัดมุมต้อนรับให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความอบอุ่นและพลังงานที่ดี คำว่า “หมิงถัง” (Ming Tang) หรือแปลว่า “วังแห่งความสว่างไสว” นั้น ถือเป็นจุดรวมพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่งในทุกพื้นที่ การเข้าสู่ที่พักอาศัยเปรียบเสมือน “ปากของกระแสชี่” (Mouth of Chi) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโลกภายนอกอันกว้างใหญ่ เข้าสู่โลกภายในที่เป็นส่วนตัวและสงบเงียบ มันทำหน้าที่ประกาศถึงคุณภาพชีวิตที่ดีที่จะรออยู่ภายใน และยังเป็นเส้นทางพลังงานที่เปิดรับโอกาสต่างๆ ให้ไหลเวียนเข้ามาได้อย่างราบรื่น

6. การเปิดแสงสว่างให้ทั่วถึง เพื่อดึงดูดพลังงานบวกในการขายที่อยู่อาศัย
เมื่อมีการนำที่อยู่อาศัยออกไปให้ผู้สนใจเข้าชม ควรเปิดไฟทุกจุดให้สว่างไสวที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มระบบแสงสว่างในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น การติดตั้งโคมไฟเฉพาะจุดสำหรับใช้งานในห้องครัว หรือการวางโคมไฟตั้งพื้นเพื่อเติมเต็มมุมที่เคยดูมืดทึบ ความสว่างเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ซื้อต้องการเห็นภาพรวมของสิ่งที่กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ทำให้พื้นที่นั้นดูมีศักยภาพและน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

7. ความสะอาดคือพลังงานชั้นดี: เผยความสำคัญของหน้าต่างตามหลักฮวงจุ้ย
ทุกคนทราบกันดีว่าก่อนที่ที่อยู่อาศัยจะถูกนำออกสู่ตลาด จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างมืออาชีพ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ “หน้าต่าง” ซึ่งในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นดวงตาของที่พักอาศัยโดยแท้จริง หากหน้าต่างมีคราบสกปรกหรือฝุ่นจับ จะส่งผลให้พลังงานติดขัดและบั่นทอนความรู้สึกของผู้ซื้อได้อย่างมาก การดูแลรักษาหน้าต่างให้ใสสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความประทับใจแรกเห็น

8. พิธีชำระล้างพลังงานด้วยกำยาน เพื่อรีเซ็ตที่อยู่อาศัยให้พร้อมต้อนรับผู้ซื้อใหม่
การทำพิธีเผากำยาน (Sage ceremony) เป็นการปรับสมดุลและรีเซ็ตกระแสพลังงานภายในที่อยู่อาศัยให้กลับสู่สภาวะเป็นกลาง ซึ่งจะช่วยสร้างเสน่ห์และความน่าสนใจให้กับเจ้าของบ้านรายใหม่ได้อย่างมาก แม้ว่าแนะนำให้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการพิธีนี้ แต่หากต้องการทำด้วยตนเองก็สามารถปฏิบัติได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการเขียนเจตจำนงในการขายที่อยู่อาศัยนั้นๆ ลงบนกระดาษ และกล่าวซ้ำไปเรื่อย ๆ ขณะที่กำลังประกอบพิธี การปรับพลังงานเหล่านี้จะช่วยให้บ้านดูสดใหม่และเต็มไปด้วยโอกาส

9. ตำแหน่งกระจกสะท้อนพลังงาน: ศิลปะแห่งการจัดวางที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
กระจกเป็นวัตถุที่มีอำนาจสูงมากในทางฮวงจุ้ย เนื่องจากมันทำหน้าที่ในการสะท้อนกระแสพลังงาน ซึ่งผลลัพธ์ของการสะท้อนนั้นอาจจะเป็นได้ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่ากระจกบานนั้นกำลังสะท้อนภาพอะไรให้เห็น ผู้อยู่อาศัยต้องตระหนักถึงสิ่งที่กระจกกำลังสะท้อนอย่างถี่ถ้วน เพราะหากมันไปสะท้อนภาพความรกรุงรังหรือขยะ สิ่งเหล่านั้นก็จะถูกทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่าโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดวางที่ถูกต้องตามหลักการแล้ว กระจกสามารถช่วยดึงพลังงานของพื้นที่ให้เกิดการหมุนเวียนและเพิ่มพูนในเชิงบวกได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวอย่างเช่น มีกรณีศึกษาของการจัดฉากบ้านหลังหนึ่งที่เคยออกรายการ HGTV’s ‘Flip It to Win It’ โดยห้องนอนใหญ่ตั้งอยู่ในทิศแห่งความมั่งคั่งตามหลักแปดทิศ (Bagua) ทางตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ยืมกระจกรูปทรงแปดเหลี่ยมที่มีความเป็นสิริมงคลสูง และแนะนำให้เจ้าของบ้านนำไปวางในบริเวณที่เชื่อว่าเป็นแหล่งรวมทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังมีการแนะนำให้ใช้โทนสีแดง สีน้ำเงิน และสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำทิศนั้น ๆ ตามแผนผังแปดทิศ เพื่อเสริมพลังงานความมั่งคั่ง โดยการจัดวางกระจกรูปทรงแปดเหลี่ยมไว้ด้านหลังขององค์ประกอบตกแต่งที่สื่อถึง “ความมั่งคั่ง” เหล่านี้ เป็นการจำลองเชิงสัญลักษณ์ให้เกิดการ “เพิ่มพูน” ความร่ำรวย ทำให้บ้านหลังดังกล่าวสามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาตั้งต้นถึง 36%

10. มนตราแห่งสีสัน: การใช้ภาพจิตรกรรมหินอาเกตเพื่อเติมเต็มพลังงานในห้องนอน
ภาพวาดผนังที่ทำจากหินอาเกต (Agate mural) สามารถนำพาเฉดสีชมพูเข้าไปสู่บรรยากาศของห้องนอนได้อย่างโดดเด่นและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง สีชมพูตามหลักฮวงจุ้ยมักเกี่ยวข้องกับพลังงานแห่งความรัก ความเมตตา และการเยียวยา ซึ่งเหมาะสำหรับการสร้างพื้นที่พักผ่อนที่อบอุ่นใจ

11. การใช้สีตามตำแหน่งของแผนผังบาคุวาในแต่ละห้อง
เช่นเดียวกับส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่ง มีโทนสีบางชนิดที่สามารถยกระดับพลังงานให้กับพื้นที่ต่างๆ ตามแผนผังบาคุวาได้ ตัวอย่างเช่น หากต้องการเสริมโชคลาภ ควรใช้สีที่สัมพันธ์กับทิศทางนั้นๆ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของพลังงานที่ดีที่สุด

12. ทิศอาชีพการงาน (ทิศเหนือ): เสริมพลังแห่งความก้าวหน้า
หากพื้นที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการงานของเจ้าของบ้านตั้งอยู่ทางทิศเหนือ การกระตุ้นบริเวณนี้สามารถทำได้โดยการเพิ่มโทนสีน้ำเงินหรือสีดำเข้าไป นอกจากนี้ วิธีแก้ไขที่มีพลังยิ่งกว่าคือการเพิ่มน้ำพุ ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนกระแสของน้ำ อันเป็นธาตุประจำทิศเหนือตามหลักฮวงจุ้ยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

13. ความสัมพันธ์ (ทิศตะวันตกเฉียงใต้): เสริมพลังแห่งความรักและความผูกพัน
ห้องที่อยู่ในพื้นที่ของความสัมพันธ์ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยการเพิ่มโทนสีแดง สีขาว หรือสีชมพู หรือเสริมด้วยธาตุดิน วัสดุใดก็ตามที่มีต้นกำเนิดจากแผ่นดินก็ถือว่าเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นกระจก (ซึ่งมาจากทราย) หิน ก้อนหิน คริสตัล เครื่องปั้นดินเผา พอร์ซเลน จานชามจีน หรือแม้แต่ดินในกระถางต้นไม้ ภาพวาดผนังอัญมณีอะเกตที่โดดเด่นนี้สามารถนำสีชมพูเข้ามาสู่ห้องนอนได้อย่างน่าประทับใจและยากจะลืมเลือน

14. การจัดระเบียบที่อยู่อาศัยให้ปลอดโปร่งไร้สิ่งรกรุงรัง
สิ่งที่สามารถทำได้ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด แต่กลับมีพลังอำนาจมากที่สุดอย่างหนึ่งคือการกำจัดความรกจากภายในที่อยู่อาศัย ความยุ่งเหยิงทั้งหมดนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการตัดสินใจที่ถูกเลื่อนออกไป การที่เรายังคงเก็บสิ่งของต่างๆ ไว้ หมายถึงเรากำลังขัดขวางไม่ให้โอกาสใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ผู้ซื้อจะรู้สึกท่วมท้นเพียงแค่ได้มองดูความรกเหล่านั้น และทำให้พวกเขาไม่สามารถจินตนาการถึงภาพตัวเองที่จะเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

15. การทำให้พื้นที่เป็นกลาง (Depersonalize) เพื่อเปิดรับพลังงานใหม่
เช่นเดียวกับการจัดระเบียบที่อยู่อาศัย สิ่งสำคัญคือการนำภาพถ่ายส่วนตัวและรูปภาพของเจ้าของบ้านหรือครอบครัวออกไปให้หมด ภาพเหล่านี้จะสร้างอุปสรรคไม่ให้ผู้ซื้อสามารถจินตนาการถึงชีวิตของตนเองในพื้นที่แห่งนี้ได้ นอกจากนี้ยังส่งพลังงานบางอย่างที่สื่อว่าผู้อยู่อาศัยยังไม่พร้อมที่จะจากไป ทำให้กระแสพลังงานโดยรวมติดขัดและไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ

16. กล้าแสดงออก หรืออยู่บ้าน! การใช้สีสันเพื่อดึงดูดพลังงานบวกให้ที่อยู่อาศัย
หลายคนมักจะแนะนำว่าควร “ทำให้เป็นกลาง” กับที่อยู่อาศัย อาจด้วยการทาสีด้วยโทนสีที่ดูปลอดภัย แต่หากเจ้าของบ้านต้องการให้พื้นที่แห่งนี้มีความน่าจดจำ ควรทำในทางตรงกันข้าม ไม่ได้หมายถึงการใช้สีสันที่ฉูดฉาดหรือเข้ากันอย่างบ้าคลั่ง แต่เป็นการเลือกใช้สีสันอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งเป็นสีที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อ เมื่อมีการเปิดบ้านให้ชม ผู้ซื้อจะกล่าวว่า: “จำบ้านหลังนั้นได้ไหม ที่มีโซฟาโทนส้มสไตล์ Mid-century?” พวกเขาจะไม่พูดว่า “จำบ้านที่มีผนังสีเบจได้ไหม?” ตลอดระยะเวลาที่ทำสิ่งนี้มากว่า 20 ปี สามารถรับรองได้อย่างมั่นใจว่า สีสันสามารถช่วยขายที่อยู่อาศัยได้จริง อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพเข้ามาช่วย เพราะหากการเลือกใช้ผิดพลาด ก็อาจส่งผลเสียได้ไม่แพ้กัน

17. เก็บกล่องให้พร้อม! สื่อถึงความพร้อมที่จะเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต
ในเมื่อกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวออกไปแล้ว ควรจัดเตรียมสิ่งสำคัญอีก 5 ชิ้นใส่ในกล่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเจ้าของบ้านมีความพร้อมและเต็มใจที่จะก้าวเดินต่อไป สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถานที่อื่นเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ว่า เจ้าของบ้านพร้อมแล้ว และที่อยู่อาศัยแห่งนี้ก็พร้อมแล้วเช่นกัน สำหรับการเก็บเกี่ยวความทรงจำบทใหม่

18. ผสานภาพธรรมชาติ สร้างพลังงานแห่งความสงบสุขให้ที่อยู่อาศัย
เมื่อพูดถึงการจัดแสดงผลงานศิลปะในที่อยู่อาศัย ขอแนะนำให้ใช้ภาพถ่ายจากธรรมชาติ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดใจผู้คนได้ทุกกลุ่ม หลีกเลี่ยงการนำเสนอภาพของบุคคลโดดเดี่ยว เพราะอาจกระตุ้นความรู้สึกเหงาหงอยได้ ภาพสีสันสดใสของต้นไม้หรือดอกไม้นั้นมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกมากกว่าการไปกระตุ้นความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของผู้คน ควรนำภาพธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดวางในบ้าน

19. นำพืชสดและดอกไม้เข้ามาเติมเต็มกระแสพลังงานในที่อยู่อาศัย
ดอกไม้และต้นไม้น้ำสามารถเป็นองค์ประกอบเสริมที่ยอดเยี่ยมสำหรับห้องใดๆ ที่มีการจัดฉากให้ดูน่าอยู่ นอกจากนี้ การนำธรรมชาติเข้ามาภายในบ้าน ยังเป็นการดึงเอาธาตุหนึ่งจากหลักธาตุทั้ง 5 นั่นคือ ธาตุดิน (Wood) “สิ่งสำคัญคือการได้เห็นสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ในที่อยู่อาศัย ต้นไม้มีชีวิตจะปล่อยพลังงานชี่ออกมา ซึ่งช่วยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไหวอยู่เสมอ”

20. ใส่ใจกลิ่นหอม สร้างบรรยากาศแห่งความทรงจำที่ดีในที่อยู่อาศัย
ไม่มีใครอยากเดินเข้าไปในที่อยู่อาศัยแล้วได้กลิ่นขยะ กลิ่นเชื้อรา หรือกลิ่นสัตว์เลี้ยง (แน่นอนว่าหากมีปัญหาเรื่องเชื้อรา ควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนเป็นอันดับแรก) ดอกไม้สดและต้นไม้นั้นช่วยได้มาก แต่การจุดเทียนหอมก็สามารถสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจได้เช่นกัน กลิ่นสามารถกระตุ้นความทรงจำในรูปแบบที่มักจะทรงพลังกว่าภาพที่มองเห็นเสียอีก สำหรับกลิ่นที่ผู้ชายชื่นชอบ ได้แก่ กลิ่นหญ้าสดตัดใหม่, พายแอปเปิล และวานิลลา หากสามารถหาทางให้ทั้งสามกลิ่นนี้ปรากฏพร้อมกันในช่วงเปิดบ้านได้ ถือว่ายอดเยี่ยมมาก (ข้อสังเกตที่น่าสนใจ: น้ำหอม “Tommy Girl” มีส่วนผสมของทั้ง 3 กลิ่น) ส่วนกลิ่นที่ผู้หญิงชื่นชอบนั้น กลิ่นอบอุ่น เช่น วานิลลา มักจะครองอันดับต้นๆ สำหรับผู้หญิงในแถบมิดเวสต์ ขณะที่ผู้หญิงทางภาคใต้จะชอบกลิ่นสะอาดเหมือนสบู่อย่างยิ่ง และเกือบทุกคนต่างก็หลงรักกลิ่นลาเวนเดอร์และกุหลาบ

21. ห้องนอนใหญ่: พื้นที่แห่งการพักผ่อนและพลังงานบวก
ควรเก็บสิ่งของส่วนตัวออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นกรอบรูปภาพถ่าย หรือกองเอกสารต่างๆ เพราะเจ้าของบ้านรายใหม่ต้องการจินตนาการถึงชีวิตที่จะได้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่นี้ การมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ที่เคยอาศัยอยู่มากเกินไป อาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรายใหม่รู้สึกเหมือนเป็นคนนอก
สิ่งสำคัญคือต้องจัดให้ทุกองค์ประกอบดูสมบูรณ์แบบ เช่น โต๊ะข้างเตียง 2 ตัว และโคมไฟ 2 ดวง การสร้างความสมมาตรในห้องนอนถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง นอกจากนี้ หากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้จากภายในห้อง จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางพลังงานได้อย่างมาก หากทำได้ ควรติดตั้งประตูแบบฝรั่งเศส (French doors) ที่เปิดออกสู่สวน เพื่อให้กระแสพลังงานไหลเวียนเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมบริเวณลานภายนอกอาคาร จะช่วยสร้างความรู้สึกว่าพื้นที่ใช้สอยมีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริงให้กับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อที่อยู่อาศัยแห่งนี้

22. สร้าง “ห้อง” กลางแจ้งเพื่อขยายมิติของพื้นที่ใช้สอย
การสร้างมุมหรือพื้นที่เสมือนเป็น ‘ห้อง’ ภายนอกอาคาร จะช่วยขยายความรู้สึกถึงขนาดของที่อยู่อาศัยได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมอบการไหลเวียนระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก (Indoor/Outdoor Flow) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาอย่างยิ่งยวด เมื่อจัดมุมลานบ้าน ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่พื้นที่นั้นจะต้องให้ความรู้สึกหรูหรา สะอาดตา และสดชื่นอยู่เสมอ การสร้างสรรค์ฉากหลังบริเวณระเบียงหรือลานภายนอกอาคารจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือการเพิ่มมูลค่าทางพลังงานและภาพลักษณ์ให้กับที่อยู่อาศัย

23. อย่าปล่อยให้เฟอร์นิเจอร์บดบังกระแสพลังงานแห่งชีวิต
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือการเปิดโอกาสให้ ‘ชี่’ (Chi) หรือกระแสพลังงานไหลเวียนได้อย่างอิสระรอบบริเวณที่อยู่อาศัย และไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์มาปิดกั้นทางเดินตามธรรมชาติ หากเมื่อเจ้าของบ้านรายใหม่เดินเข้าสู่ห้องแล้วเห็นด้านหลังของโซฟา จะทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลให้พลังงานบวกในการตัดสินใจซื้อลดลง นอกจากนี้ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การนั่งบนโซฟาโดยที่แผ่นหลังหันไปทางประตู ก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคลเช่นกัน เพราะเป็นการขัดขวางการรับพลังงานที่ดีจากทางเข้า

24. หากพบปัญหาใหญ่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยมืออาชีพ
การตระหนักถึงข้อบกพร่องทางพลังงานของที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถแก้ไขและปรับปรุงได้ทันท่วงที ตัวอย่างเช่น ที่ดินหรือทรัพย์สินที่ตั้งอยู่บริเวณปลายทางแยกรูปตัว T จะมีกระแสพลังงานจำนวนมากพุ่งเข้าสู่พื้นที่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกวุ่นวายเกินไป
อีกกรณีคือ แปลงที่ดินที่มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมตามหลักฮวงจุ้ยจะสื่อถึงธาตุไฟ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านรู้สึกไม่ได้รับพลังงานที่เป็นบวกอย่างเต็มที่ แม้ว่าปัญหาบางอย่างจะดูเหมือนแก้ไขไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีทางออกและวิธีการบรรเทาปัญหาด้านฮวงจุ้ยทุกรูปแบบเสมอ
หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ สำหรับเคล็ดลับการจัดวางตามห้องต่างๆ จะมีการเผยแพร่ในบทความถัดไปเร็วๆ นี้

Source URL: https://www.fengshuistyle.us/journal/how-to-feng-shui-your-home-to-sell