Everything About Laughing Buddha-Maitreya – FengshuiGallary
พระเมตไรรัตน์: ปฐมบทแห่งรอยยิ้มและความเบิกบาน
พระพุทธรูปที่มีพระพักตร์เปี่ยมด้วยรอยยิ้มนี้ คือองค์สมเด็จพระเมตไรรัตนโคตมะ ซึ่งทรงเป็นที่เคารพบูชาอย่างยิ่ง พระเมตไรรัตน์แตกต่างจากพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นและพระวรกายที่ดูอิ่มเอมเปี่ยมล้น เพราะพระองค์คือผู้นำในอนาคตของพระศาสดา และเป็นผู้สืบทอดพระบารมี เป็นพระพุทธเจ้าที่ใกล้ชิดกับสรรพสัตว์มากที่สุด ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อเปิดปากให้หัวเราะ ให้หัวเราะเย้ยหยันความไร้สาระของผู้คนบนโลกใบนี้ ส่วนพระวรกายอันใหญ่โตนั้นสามารถรองรับสิ่งต่าง ๆ ที่ยากจะบรรจุไว้ในโลกได้ พระเมตไรรัตน์จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับและความอุดมสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ พระพุทธรูปที่มีรอยยิ้มยังเป็นที่รู้จักกันในนาม “พระภิกษุผู้หอบถุงผ้า” เพราะท่านมักจะแบกถุงผ้าขนาดใหญ่ออกไปตลาดพร้อมกับไม้เท้า เพื่อขอรับสิ่งของต่าง ๆ เมื่อเห็นสิ่งใดก็จะเก็บใส่ถุงผ้านั้น แต่ไม่มีใครเคยเห็นว่าท่านได้เทสิ่งของเหล่านั้นออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ถุงผ้าใบนั้นว่างเปล่าอยู่เสมอ หากมีผู้มาสอบถามถึงธรรมะ ท่านจะวางถุงผ้าลงไป และหากผู้ถามยังไม่เข้าใจความหมายและพยายามซักถามอีกครั้ง ท่านก็จะหยิบถุงผ้านั้นขึ้นแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมอง หากผู้อยู่อาศัยยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านสื่อสารออกมา ท่านก็จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ถือได้ว่าพระภิกษุผู้หอบถุงผ้ากำลังส่งสัญญาณให้สรรพสัตว์เหล่านั้นตระหนักถึงการทำความเข้าใจในธรรมะของพระพุทธเจ้า และเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง เพราะสีสันและความงดงามนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ หากยังคงดื้อรั้นเช่นนี้ ก็อาจถือได้ว่าเป็นการหลงทางจากสภาวะแห่งจิตใจที่แท้จริง แท้จริงแล้ว ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเกิดจากการบรรจบกันของเหตุปัจจัยและโชคชะตา แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงการพบเจอโดยบังเอิญ แต่ก็คือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


พลังแห่งโชคชะตาและความว่างเปล่าในจักรวาล
โชคชะตานั้นมาพร้อมกับการดูแลเอาใจใส่ และย่อมสิ้นสุดลงด้วยการปล่อยวาง สีสันและการดำรงอยู่ล้วนเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ส่วนความว่างเปล่านั้นคือคุณสมบัติที่แท้จริงของจักรวาล มีคำกล่าวว่า พระเมตไรรัตน์ทรงเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่องค์จักรพรรดิแห่งสวรรค์ได้ส่งมาเพื่อดูแลเรื่องเครื่องแต่งกาย อาหาร ที่อยู่อาศัย และการคมนาคมของโลกใบนี้ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนมากจึงมักจะอธิษฐานและถวายธูปเทียนแด่พระองค์เป็นระยะ อย่างไรก็ตาม พระเมตไรรัตน์ทรงมีรอยยิ้มที่มอบให้แก่ทุกคน ทำให้เกิดคำถามว่าพระองค์ได้ประทานพรให้กับผู้อยู่อาศัยจริงหรือไม่ ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาอธิษฐานแล้วได้รับสิ่งใดกลับไป บางคนกล่าวว่านี่คือผลลัพธ์จากความดีงามและการบำเพ็ญตนอย่างหนักของตัวผู้แสวงหาเอง ผู้เขียนจึงเชื่อว่านี่อาจเป็นสัจธรรมที่แท้จริง เพราะหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวของศาสนาคือการชี้นำให้ผู้อยู่อาศัยก้าวไปสู่สิ่งที่ดีและพัฒนาตนเองต่อไป บางทีรอยยิ้มแห่งพระพุทธรูปหัวเราะอาจไม่สามารถมอบสิ่งใดได้เลยนอกจาก ‘ศรัทธา’ แต่ทุกคนที่มาพบเจอจะรู้สึกถึงความเกรงขาม ความสำนึกในบุญคุณ และมุ่งมั่นที่จะทำความดี นี่ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งหรือ? รอยยิ้มของพระเมตไรรัตน์นั้นงดงามและมีเสน่ห์กว่ารอยยิ้มของโมนาลิซาเสียอีก! เพราะรอยยิ้มแห่งพระพุทธรูปหัวเราะนี้เกิดจากความเบิกบานที่เปี่ยมล้น ความสง่างามของมันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเมตตาอันยิ่งใหญ่และสติปัญญา ในมุมมองของผู้เขียน พระพุทธรูปที่มีรอยยิ้มกำลังสื่อสารกับผู้อยู่อาศัยให้เผชิญหน้ากับอนาคตด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง และปรารถนาแสงแห่งความสดใส ผู้อยู่อาศัยไม่ควรมีจิตใจที่คับแคบหรือวรกายที่ไม่สมส่วน

การปล่อยวางและการตระหนักถึงสภาวะแห่งความว่างเปล่า
ผู้อยู่อาศัยควรดำเนินชีวิตด้วยความซื่อตรงและเปิดเผย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งใด ๆ จิตใจก็เปรียบเสมือนเรือที่สามารถรองรับสิ่งต่าง ๆ ได้ หรือหัวเราะให้คลายความโกรธและความเกลียดชัง เพราะแม้ว่าถุงผ้าใบใหญ่จะบรรจุทุกสิ่งไว้ได้ แต่สุดท้ายมันก็จะว่างเปล่า หากสิ่งใดก็ตามมาพบกับภาชนะที่มีขีดจำกัดขนาดใหญ่ มันก็จะไม่เป็นสิ่งที่คงอยู่ต่อไปได้ หากจิตใจนั้นกว้างขวาง ชีวิตย่อมเต็มไปด้วยแสงแห่งความสดใสในทุกหนแห่ง ทว่าโลกนี้ล้วนมีความว่างเปล่า และธรรมะทั้งหลายก็ล้วนว่างเปล่า ในความเป็นจริง รอยยิ้มของพระพุทธรูปที่มีรอยยิ้มก็เปี่ยมด้วยสภาวะแห่งความว่างเปล่าเช่นกัน รอยยิ้มของพระเมตไรรัตน์คือรอยยิ้มที่สะท้อนถึงการดำรงอยู่ของสรรพชีวิตทั้งหมด และถุงผ้าของผู้ภิกษุผู้หอบถุงผ้านั้น ก็คือภาพสะท้อนของ ‘ความว่างเปล่า’ ในสายตาของทุกสรรพสิ่ง

สรุป: แก่นแท้แห่งการใช้ชีวิตด้วยปัญญาและความเมตตา
การบูชาพระเมตไรรัตน์และพระพุทธรูปหัวเราะมิใช่เพียงแค่พิธีกรรม แต่เป็นการเตือนใจให้ผู้อยู่อาศัยได้หันกลับมาสำรวจสภาวะภายในของตนเอง ความหมายที่แท้จริงคือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในวัตถุและรูปลักษณ์ภายนอก เพราะทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงกระแสพลังงานชั่วคราว การมีจิตใจที่กว้างขวางเปรียบเสมือนภาชนะขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถถูกเติมเต็มได้ด้วยสิ่งใด ๆ ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความเบิกบานและความสงบอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษา ‘ศรัทธา’ และใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ทุกย่างก้าวของผู้อยู่อาศัยเป็นไปในทางแห่งคุณธรรมและแสงสว่างแห่งจิตใจ

Source URL: https://fengshuigallary.com/blogs/news/everything-about-laughing-buddha-maitreya